แสง ต้นไม้ และสีออฟฟิศ
ของสามอย่างที่เปลี่ยนบรรยากาศได้เร็วที่สุด
ถ้าคุณอยากได้อะไรที่ทำได้ในสัปดาห์เดียวโดยไม่ต้องขออนุญาตใคร สามเรื่องนี้คือคำตอบ
และเป็นสามเรื่องที่ทำผิดกันมากที่สุดด้วย
สีของออฟฟิศ
ฐานควรเป็นสีสว่างและสงบ — ขาว ครีม เทาอ่อน โทนไม้ธรรมชาติ — แล้วค่อยใส่สีเน้นเป็นจุด
ตามธาตุที่ผังและเจ้าของกิจการขาด ไม่ใช่ทาสีแรงเต็มผนังทั้งห้อง
เพราะออฟฟิศที่คนต้องอยู่วันละแปดชั่วโมง สีที่แรงเกินคือความหงุดหงิดสะสม
เรากำลังอยู่ในฮวงจุ้ยยุค 9 (4 กุมภาพันธ์ 2567 – 3 กุมภาพันธ์ 2587)
ซึ่งเป็นยุคของธาตุไฟ หลายบทความจึงสรุปสั้น ๆ ว่า “ทาแดงเลย” — อันตราย
ธาตุไฟในออฟฟิศใช้เป็นจุดเน้นได้ดี แต่ถ้าใส่ทั้งห้องมักออกมาเป็นทีมที่ใจร้อนและปะทะกันง่าย
โดยเฉพาะโซนบัญชีการเงินที่ควรนิ่ง ส่วนโทนดำหรือน้ำเงินเข้มทั้งห้องก็ทำให้คนซึมและง่วง
สีที่ถูกต้องจริง ๆ ต้องมาจากองศาของอาคารและธาตุของเจ้าของ ไม่ใช่จากปีปฏิทิน
ต้นไม้ในออฟฟิศ
เลือกไม้ใบกลมมนหรือใบหนา ไม่มีหนาม เช่น ไผ่กวนอิม ปาล์มไผ่ ยางอินเดีย พลูด่าง หรือเงินไหลมา
วางที่มุมอับ ปลายทางเดินยาว และข้างเคาน์เตอร์ต้อนรับ — จุดที่ต้องการให้พลังงาน “ชะลอ”
กติกาที่สำคัญกว่าชนิดต้นไม้คือ ต้นไม้ต้องมีชีวิตจริง
ใบเหลืองต้องตัด ต้นตายต้องเปลี่ยนทันที และไผ่กวนอิมที่ปลูกในน้ำต้องเปลี่ยนน้ำ
ต้นไม้ปลอมเต็มออฟฟิศไม่ได้ให้ผลอะไรนอกจากฝุ่น
เรื่องกระบองเพชรและไม้มีหนาม ซินแสไทยเห็นไม่ตรงกันจริง ๆ
สายหนึ่งใช้เป็นตัวกันพลังงานปะทะที่ขอบหน้าต่างซึ่งหันชนมุมตึกหรือเสาไฟ
อีกสายห้ามวางในออฟฟิศเด็ดขาด โดยเฉพาะบนโต๊ะทำงาน เพราะถือเป็นของแหลมประชิดตัวคนนั่ง
จุดยืนของเราคือ ไม่วางบนโต๊ะทำงานและไม่วางในห้องประชุม ส่วนที่ขอบหน้าต่างพิจารณาเป็นเคส
แสง
ให้โต๊ะทำงานสว่างกว่าทางเดินเสมอ ถ้าออฟฟิศคุณสว่างที่ทางเดินแต่มืดที่โต๊ะ แปลว่าคนกำลังทำงานในเงา
หลอดที่กะพริบหรือดับค้างไว้เป็นเดือนคือสัญญาณที่เราให้ความสำคัญมาก
ไม่ใช่เรื่องความเชื่ออย่างเดียว แต่เพราะมันบอกว่าไม่มีใครในองค์กรรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่นี้