ซินแสแบงค์
มุมมองจากถนนหน้าบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านจัดสรร ขณะเดินเข้าไปดูบ้านก่อนตัดสินใจซื้อในช่วงแสงเย็น

เช็คฮวงจุ้ยก่อนซื้อบ้าน
ดูให้จบก่อนเซ็น ไม่ใช่มารู้ตอนโอนแล้ว

เช็คลิสต์ฉบับเดินดูบ้านจริง เรียงตามลำดับที่ตาคุณเห็น ตั้งแต่ปากซอยจนถึงห้องนอนชั้นบน พร้อมกรอบตัดสิน 3 ระดับว่าอะไรแก้ได้ อะไรต้องลงทุน และอะไรที่แก้ยากจริงจนควรเดินออกมา

  • เช็คลิสต์ใช้จริงตอนไปดูบ้าน
  • บอกว่าอะไรแก้ไม่ได้ ไม่ใช่แค่อะไรแก้ได้
  • ไม่ขู่ ไม่ขายวัตถุมงคล
  • อ่านผังก่อนซื้อ เริ่ม 2,999 บาท

เช็คฮวงจุ้ยก่อนซื้อบ้าน โดยซินแสแบงค์

ซินแสแบงค์ (วรเมศฐ์ ปัญญาศิริเกียรติ) เขียนหน้านี้ให้คนที่กำลังยืนอยู่ในบ้านที่อาจจะซื้อ หรือกำลังเปิดสองสามแท็บเทียบบ้านอยู่ตอนนี้ — ไม่ใช่ให้คนที่โอนไปแล้ว เพราะการดูฮวงจุ้ยก่อนซื้อบ้านมีอำนาจต่อรองที่การดูหลังโอนไม่มีเลย ก่อนเซ็นคุณยังเดินออกมาได้ ยังต่อราคาได้ ยังเลือกหลังอื่นได้ หลังโอนแล้วคุณเหลือทางเดียวคือแก้จากของที่มีอยู่

ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไปดูบ้านแล้วจำไม่ได้ว่าต้องดูอะไร ตาไปอยู่กับกระเบื้อง สีผนัง และครัวบิลด์อิน พอกลับถึงบ้านถึงนึกได้ว่าไม่ได้สังเกตว่าห้องน้ำอยู่ตรงไหนของผัง บันไดพุ่งลงมาตรงประตูหรือเปล่า หรือหน้าบ้านมีเสาไฟปักอยู่ตรงกลางพอดีไหม แล้วอีกทางหนึ่งก็มีคนที่ไปเจอบทความฮวงจุ้ยแบบขู่ ๆ จนไม่กล้าซื้ออะไรเลยสักหลัง

หน้านี้จึงทำสองอย่าง — หนึ่ง ให้ลำดับการเดินดูบ้านที่คุณเปิดในมือถือแล้วเดินตามได้จริงตอนไปดูบ้าน และสอง ให้กรอบตัดสิน 3 ระดับว่าสิ่งที่เจอนั้นแก้ได้ด้วยการจัดวาง แก้ได้แต่ต้องลงทุน หรือแก้ยากจริง กรอบนี้แหละคือสิ่งที่ทำให้ฮวงจุ้ยกลับมาเป็นเครื่องมือตัดสินใจ แทนที่จะเป็นเครื่องมือขู่ให้กลัว

ทำไมก่อนซื้อบ้านต้องเช็คฮวงจุ้ย

ของที่แก้ยากที่สุด คือของที่ตัดสินไปแล้วตอนเซ็นสัญญา


ในบ้านหลังหนึ่ง สิ่งที่ปรับได้ง่ายมีเยอะกว่าที่คนคิดมาก ทิศหัวนอน ตำแหน่งเตียง ทิศนั่งทำงาน สี ผ้าม่าน แสง ต้นไม้ การเก็บของ — ทั้งหมดนี้ขยับได้ในวันเดียวและแทบไม่มีต้นทุน

แต่มีของอีกกลุ่มที่ตัดสินจบไปแล้วตั้งแต่วันที่คุณเลือกหลังนี้ และไม่มีทางแก้ด้วยการจัดวาง: องศาที่ตัวบ้านหันออกไป ระดับที่ดินเทียบถนน ถนนหน้าบ้านเป็นทางแยกแบบไหน มีอะไรตั้งอยู่ตรงหน้าประตู ตำแหน่งบันไดในผัง และห้องน้ำวางอยู่ตรงไหนของบ้าน

นี่คือเหตุผลทั้งหมดของการเช็คก่อน — ไม่ใช่เพื่อจะได้บ้าน "สมบูรณ์แบบ" ซึ่งไม่มีอยู่จริง แต่เพื่อให้คุณรู้ล่วงหน้าว่าคุณกำลังจะซื้อปัญหาที่แก้ได้ หรือปัญหาที่จะอยู่กับคุณไปอีกสิบปี แล้วตัดสินใจจากข้อมูลนั้น

อีกข้อที่คนมักไม่ทัน — ฮวงจุ้ยยุค 9 เริ่มเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2567 และจะจบวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2587 เป็นยุคของธาตุไฟ ต่อจากยุค 8 (2547–2566) ซึ่งเป็นธาตุดินและถือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บ้านมือสองที่ถูกวางแผนและจัดมาในยุค 8 จึงไม่ได้แปลว่าจะยังลงตัวเหมือนเดิมในวันที่คุณเข้าไปอยู่

มุมยืนที่ประตูรั้วมองเข้าไปยังประตูหน้าบ้าน จุดแรกของการเช็คฮวงจุ้ยก่อนซื้อบ้าน
จุดเริ่มของการเช็คคือตรงที่คุณยืนดูบ้านครั้งแรก ไม่ใช่ในห้องนั่งเล่น
ช่วงที่ 1 · ก่อนเข้ารั้ว

5 จุดแรก ที่ต้องดูตั้งแต่ยังไม่ลงจากรถ


ทั้ง 5 ข้อนี้คือสิ่งที่ไม่มีทางแก้ด้วยการย้ายเฟอร์นิเจอร์ จึงต้องดูก่อนเสมอ ถ้าตกม้าตายตรงนี้ ไม่ต้องเสียเวลาเดินเข้าไปข้างใน

  1. ถนนหน้าบ้านและทางเข้า

    ถนนตรงพุ่งเข้าหาบ้านหรือขนานผ่านไป เป็นทางแยกตัว T หรือ Y ที่ปลายถนนชี้เข้าประตูไหม ตรงนี้คือทางสามแพร่ง ซึ่งเป็นเรื่องกายภาพพอ ๆ กับเรื่องพลังงาน — ไฟหน้ารถ เสียง ฝุ่น และความเสี่ยงรถเสียหลักพุ่งเข้าบ้านมีจริง

  2. ระดับที่ดินเทียบถนน

    ยืนที่ขอบถนนแล้วดูว่าพื้นบ้านสูงหรือต่ำกว่าถนนแค่ไหน ต่ำกว่ามากคือปัญหาน้ำและการระบายที่จะตามคุณไปทุกหน้าฝน ตำราแนะนำให้ปรับระดับเข้าใกล้ถนน แต่การถมยกระดับทั้งแปลงคืองานเงินก้อน — ต้องรู้ก่อนต่อราคา

  3. สิ่งที่ปักอยู่ตรงหน้าประตู

    เสาไฟฟ้า หม้อแปลง ตู้ไฟ ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นตาย ป้ายเหล็ก หรือมุมตึกของอาคารข้างเคียงที่พุ่งชนเข้าหน้าบ้าน กลุ่มนี้ตำราเรียกว่า ชาแล่ง แก้ด้วยการบัง เบี่ยง หรือสะท้อน ไม่ใช่ด้วยการทุบ

  4. อาคารข้างเคียงและด้านหลัง

    มีตึกสูงกว่ามากขนาบข้างจนบ้านโดนบังแดดทั้งวันไหม ด้านหลังบ้านโล่งจนไม่มีอะไรรองรับหรือเปล่า และในโครงการมีที่ว่างที่กำลังจะขึ้นอะไรอีกไหม — ข้อสุดท้ายนี้ต้องถามฝ่ายขายตรง ๆ

  5. รั้ว ระยะร่น และสภาพรอบข้าง

    รั้วโปร่งเกินไปทั้งสี่ด้านทำให้ไม่มีขอบเขต ตำราแนะนำ "ด้านหน้าเปิด ด้านอื่นปิดทึบ" ส่วนพื้นที่รกร้าง กองขยะ หรือน้ำเสียขังติดแปลง เป็นเรื่องคุณภาพชีวิตตรง ๆ ที่คุณแก้ในรั้วตัวเองไม่ได้

เรื่องซอยตันและ "ปากกระบอกปืน" — เป็นความเชื่อที่คนไทยพูดถึงกันมาก แต่ตำราไทยที่อธิบายเหตุผลไว้ชัดเจนกลับหาได้ยาก ซินแสแบงค์จึงไม่ฟันธงตามคำเล่าลือ และแนะนำให้คุณดูของที่ตรวจสอบได้แทน คือ ทางเข้าออกทางเดียวเวลาฉุกเฉิน จุดกลับรถ การระบายน้ำที่ปลายซอย ลมที่นิ่งกว่าปกติ และรถที่ต้องถอยยาว ถ้าห้าข้อนี้ผ่าน ปลายซอยตันเป็นทำเลที่เงียบและปลอดภัยกว่าหน้าปากซอยด้วยซ้ำ

ช่วงที่ 2 · เดินเข้าไปข้างใน

เช็คลิสต์เดินดูบ้าน เรียงตามลำดับที่ตาคุณเห็น


เปิดหน้านี้ค้างไว้ในมือถือแล้วเดินตามลำดับได้เลย ช่องขวาสุดคือระดับความยากในการแก้ ซึ่งจะอธิบายละเอียดในหัวข้อถัดไป

เช็คลิสต์ฮวงจุ้ยก่อนซื้อบ้าน — เรียงตามลำดับการเดินดูบ้านจริง
จุดที่ยืน ดูอะไร คำถามที่ควรถามคนพาชม ระดับ
1. หน้าประตูรั้ว มองเข้าหาบ้าน ประตูรั้วตรงกับประตูบ้านพอดีเป๊ะไหม (ประตูชนประตู) ทางเดินเข้าตรงพุ่งหรือเยื้อง ประตูรั้วปรับให้เยื้องออกจากแนวประตูบ้านได้ไหม แก้ได้ด้วยการจัดวาง
2. ที่บานประตูหน้าบ้าน ประตูเปิดเข้าด้านในได้เต็มบานไหม ขนาดสมส่วนกับหน้าบ้านไหม (ตำราหลูปันนิยม กว้าง 89 / 107 / 120 ซม. สูงอย่างน้อย 210 ซม.) บานนี้เปลี่ยนได้ไหม วงกบเป็นของเดิมหรือเคยแก้มาแล้ว แก้ได้แต่ต้องลงทุน
3. ยืนกลางประตูหน้า หันหน้าเข้าบ้าน มองทะลุไปเห็นประตูหลังหรือหน้าต่างบานใหญ่ในแนวเดียวกันไหม — คือ ตึกอกทะลุ หรือที่คนเรียกว่าบ้านอกแตก ตรงกลางทางเดินนี้วางตู้ ฉากกั้น หรือชั้นโปร่งได้ไหม แก้ได้ด้วยการจัดวาง
4. โถงทางเข้า บันไดพุ่งลงมาชนประตูหน้าบ้านไหม ประตูห้องน้ำเปิดออกมาเจอประตูหน้าไหม มีกระจกบานใหญ่หันเข้าหาประตูไหม ระยะจากประตูถึงขั้นบันไดแรกกี่ก้าว พอวางฉากหรือตู้เตี้ยคั่นได้ไหม แก้ได้ด้วยการจัดวาง
5. ตัวบันได อยู่ชิดผนังหรือลอยอยู่กลางบ้าน เป็นบันไดวนหรือเปล่า ใต้บันไดถูกทำเป็นห้องน้ำไหม บันไดพุ่งตรงเข้าประตูห้องนอนไหม ใต้บันไดเดิมเป็นอะไร ถ้าเป็นห้องน้ำ ย้ายเป็นที่เก็บของได้ไหม บันไดวนกลางบ้าน = แก้ยากจริง
6. จุดกึ่งกลางบ้าน ลากเส้นทแยงมุมบนผังสองเส้น จุดตัดคือใจกลางบ้าน (ไท่จี๋) ตรงนั้นเป็นอะไร ถ้าเป็นห้องน้ำคือเคสคลาสสิกที่คนถามมากที่สุด ห้องน้ำห้องนี้มีพัดลมดูดอากาศที่ต่อท่อออกนอกตัวบ้านจริงไหม หรือแค่เป่าขึ้นฝ้า ใกล้กลางบ้าน = ต้องลงทุน · ตรงกลางพอดี = แก้ยากจริง
7. ห้องน้ำทุกห้อง อยู่เหนือประตูหน้าบ้านไหม ชั้นสองอยู่เหนือครัวไหม ติดผนังครัวไหม อยู่ปลายเตียงพอดีไหม มีช่องระบายอากาศจริงไหม เปิดน้ำทิ้งไว้สักครึ่งนาที แล้วดมกลิ่นย้อนจากท่อ — ขอทำได้ไหม ส่วนใหญ่ = จัดวาง/ลงทุน
8. ห้องครัว เตาอยู่ตรงข้ามอ่างล้างจานหรือประตูห้องน้ำไหม (ไฟปะทะน้ำ) เตาอยู่ใต้คานไหม หลังเตาเป็นผนังทึบหรือกระจก ครัวกว้างพอวางเกาะกลางหรือโต๊ะคั่นระหว่างเตากับอ่างไหม คั่นได้ = จัดวาง · ครัวแคบจนคั่นไม่ได้ = แก้ยาก
9. ห้องนอนทุกห้อง มีคานพาดเหนือจุดที่ต้องวางเตียงไหม ผนังไหนวางหัวเตียงได้บ้าง (ต้องทึบ ไม่ติดผนังห้องน้ำ ไม่ติดผนังครัว) ปลายเท้าชี้ออกประตูไหม กระจกส่องเตียงไหม ยืนที่ประตูห้อง แล้วนับดูว่าเตียงขนาดจริงของคุณวางได้กี่แบบ ถ้าได้แบบเดียวคือห้องบังคับคุณ เกือบทั้งหมด = แก้ได้ด้วยการจัดวาง
10. หน้าต่างและทางลม ขอเปิดหน้าต่างทุกบานพร้อมกัน แล้วยืนกลางบ้าน มีลมพัดผ่านจริงไหม ห้องไหนไม่มีหน้าต่างเลย บ้านหลังนี้เปิดระบายอากาศมาก่อนผมมาถึงกี่ชั่วโมง เพิ่มช่องลมได้ = ลงทุน
11. ความชื้น คราบ และกลิ่น คราบน้ำที่ฝ้า มุมผนังล่าง ขอบวงกบ พื้นไม้ที่บวม กลิ่นอับตอนเปิดประตูครั้งแรก สีที่เพิ่งทาทับเฉพาะจุด จุดที่ทาสีใหม่เฉพาะตรงนี้ เดิมเป็นอะไร รั่วซึมจากโครงสร้าง = แก้ยากจริง

ข้อที่คนลืมบ่อยที่สุดคือข้อ 6 — ถ่ายรูปผังแปลนที่ฝ่ายขายให้มา แล้วลากเส้นทแยงมุมสองเส้นด้วยนิ้วบนหน้าจอ ใช้เวลาห้าวินาที แต่บอกได้ทันทีว่าใจกลางบ้านเป็นอะไร และนี่คือจุดเดียวที่ตำราหลายสำนักเห็นตรงกันว่าสำคัญที่สุดในผังบ้าน

กรอบตัดสินใจที่ใช้ได้จริง

สามระดับของปัญหา — มีแค่ระดับ 3 ที่เป็นเหตุผลให้เดินออกมา


บทความฮวงจุ้ยส่วนใหญ่บอกแค่ว่า "ข้อนี้ไม่ดี" แล้วปล่อยให้คุณกลัวเอาเอง ทั้งที่คำถามจริงของคนกำลังจะซื้อบ้านมีข้อเดียว — แล้วมันแก้ได้ไหม แก้แล้วเสียเท่าไหร่

ระดับ 1

แก้ได้ด้วยการจัดวาง

ราวแปดในสิบของสิ่งที่คุณจะเจอในบ้านทั่วไปอยู่ในกลุ่มนี้ ต้นทุนตั้งแต่ 0 บาท ถึงหลักพันต้น ๆ และทำเสร็จได้ในหนึ่งสุดสัปดาห์

  • ประตูหน้าตรงประตูหลัง — กั้นด้วยตู้ ฉาก ชั้นโปร่ง หรือม่าน
  • บันไดตรงประตู — วางเฟอร์นิเจอร์เบี่ยงทางเดิน
  • เตียงใต้คาน — ขยับเตียงพ้นแนวคาน
  • กระจกส่องเตียง — ย้ายหรือเปลี่ยนเป็นบานตู้ทึบ
  • ประตูรั้วชนประตูบ้าน — ปรับให้เยื้องเล็กน้อย
  • ห้องน้ำเปิดโล่ง — ปิดประตูและปิดฝาชักโครกเป็นนิสัย
ระดับ 2

แก้ได้ แต่ต้องลงทุน

ต้องใช้ช่างและงบ แต่ยังไม่แตะโครงสร้างหลัก ควรตีเป็นตัวเลขแล้วเอาไปคุยต่อรองราคาตั้งแต่ก่อนเซ็น

  • ทำระบบดูดอากาศต่อท่อออกนอกบ้านให้ห้องน้ำที่อับ
  • ทำฝ้าเรียบปิดแนวคานในห้องนอน
  • เปลี่ยนบานประตูหน้าให้ได้สัดส่วน
  • เพิ่มช่องแสงหรือช่องลมให้ห้องที่ปิดทึบ
  • ก่อผนังเบาหรือทำบิลด์อินคั่นเตากับอ่างในครัว
  • ปรับระดับพื้นหน้าบ้านและงานระบายน้ำ
ระดับ 3

แก้ยากจริง

เป็นโครงสร้างหรือเป็นของนอกรั้วที่คุณไม่มีสิทธิ์ไปยุ่ง อีกสิบปีมันก็ยังอยู่ตรงนั้น กลุ่มนี้เท่านั้นที่เป็นเหตุผลสมควรให้เดินออกมา

  • ห้องน้ำวางตรงจุดศูนย์กลางบ้านพอดี
  • บันไดวนอยู่กลางบ้าน
  • ผังบ้านเว้าแหว่งจนขาดทิศไปทั้งทิศ
  • ที่ดินต่ำกว่าถนนมากจนต้องถมใหม่ทั้งแปลง
  • ตึกสูงหรือทางด่วนที่ขนาบและจะไม่หายไปไหน
  • รอยร้าวโครงสร้างและการรั่วซึมที่ซ่อมทับมาแล้วหลายรอบ

พูดให้ชัด — การแก้แบบไม่แตะโครงสร้างคือการ บรรเทา เบี่ยง และปรับสมดุล ไม่ใช่การล้างให้หายไปเป็นศูนย์ ใครบอกคุณว่าแก้แล้วกลับด้านเป็นดีทั้งหมด คนนั้นกำลังขายของ และในทางกลับกัน ใครบอกว่าเจอข้อห้ามหนึ่งข้อแล้วบ้านหลังนั้นอยู่ไม่ได้ คนนั้นก็กำลังขายความกลัวเช่นกัน กรอบสามระดับนี้มีไว้เพื่อไม่ให้คุณโดนทั้งสองแบบ

ทำเลต้องห้าม

ทำเลแบบไหนที่ควรคิดหนัก — และแต่ละแบบอยู่ระดับไหน


สิ่งที่อยู่นอกรั้วคือสิ่งที่คุณเปลี่ยนไม่ได้ จึงต้องคิดให้จบตั้งแต่ยังไม่วางมัดจำ

ทางสามแพร่ง ถนนตัว T หรือ Y

บ้านที่ปลายถนนชี้เข้าหาตรง ๆ รับทั้งไฟหน้ารถ เสียง ฝุ่น ลม และฝนแรงกว่าบ้านทั่วไป แก้ด้วยรั้วทึบ ต้นไม้ใหญ่ หรือกระจกแปดเหลี่ยม โดยเลือกวิธีตามทิศที่ถนนพุ่งเข้ามา — ระดับ 2 ถ้าบังได้จริง อ่านเจาะลึกได้ที่หน้า บ้านทางสามแพร่ง

เสาไฟ หม้อแปลง ตู้ไฟ ตรงหน้าบ้าน

เสาปักกลางหน้าประตูคือชาแล่งแบบคลาสสิก และในทางปฏิบัติมันยังบังทางเข้าออกกับทัศนวิสัยด้วย แก้ด้วยการบังด้วยไม้พุ่มหรือรั้ว ไม่ต้องไปขยับเสา — ระดับ 1–2

มุมตึกข้างเคียงพุ่งชนหน้าบ้าน

เหลี่ยมคมของอาคารที่หันเข้ามาตรงประตูหรือหน้าต่างหลัก แก้ด้วยการปลูกไม้พุ่มบังแนวสายตา หรือกระจกแปดเหลี่ยมสะท้อนออก — ระดับ 1–2

ตึกสูงขนาบจนบ้านโดนกด

บ้านเตี้ยที่ถูกอาคารสูงล้อมทุกด้าน เสียทั้งแดด ลม และความเป็นส่วนตัว ถ้าเป็นเงาถาวรและเจ้าของที่ข้างเคียงยังมีสิทธิ์สร้างเพิ่มได้อีก — ระดับ 3

พื้นบ้านต่ำกว่าถนนมาก

ตำราว่าโชคลาภไหลออกและติดขัด ส่วนในทางกายภาพคือน้ำเข้าบ้านทุกหน้าฝน ตำราแนะนำให้ยกระดับเข้าใกล้ถนน แต่การถมทั้งแปลงเป็นงบก้อนใหญ่ — ระดับ 2–3

ติดทางด่วน สะพาน หรือรางรถไฟฟ้า

ตำราไทยใช้คำว่า "วุ่นวาย ใจกังวล" ซึ่งตรงกับเรื่องเสียงและแรงสั่นสะเทือนพอดี แนะนำให้ใช้แสงไฟและการยกพื้นที่ใช้งานขึ้นชั้นบนช่วย — ระดับ 2–3

ห้องว่างในบ้านมือสองที่ปิดไว้นาน มีแสงแดดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์
บ้านที่ถูกปิดไว้นานบอกเรื่องของมันเองผ่านกลิ่น คราบ และสภาพงานระบบ
คำถามที่คนถามบ่อยที่สุดแต่ไม่ค่อยมีใครตอบตรง

บ้านมีประวัติควรซื้อไหม


"ประวัติ" ที่คนไทยหมายถึงมักเป็นสามอย่าง — เคยมีคนเสียชีวิตในบ้าน เป็นบ้านหลุดจำนองหรือขายทอดตลาด และถูกทิ้งร้างไว้นานผิดปกติ ทั้งสามอย่างนี้คนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง แต่มักถูกพูดรวมกันจนกลัวไปหมด

สิ่งที่คนเชื่อ: บ้านที่มีเรื่องเศร้าเกิดขึ้นจะยังคงพลังงานนั้นไว้ เป็นความเชื่อที่มีอยู่จริงในสังคมไทยและซินแสแบงค์ไม่ลบหลู่ความรู้สึกของใคร แต่จะไม่ใช้ความเชื่อนี้ขู่ให้คุณจ่ายเงินเพิ่มเช่นกัน

สิ่งที่ตรวจสอบได้จริง มีอยู่สี่อย่าง:

  • สารบัญจดทะเบียนหลังโฉนด — ขอดูได้ที่สำนักงานที่ดิน บอกว่าที่ดินเปลี่ยนมือมากี่ครั้ง เคยจดจำนอง ขายฝาก หรือมีภาระผูกพันอะไรอยู่ บ้านที่เปลี่ยนมือถี่ผิดปกติในเวลาสั้นคือสัญญาณให้ถามต่อ
  • ทะเบียนบ้านและระยะเวลาที่ไม่มีคนอยู่ — บ้านที่ปิดไว้หลายปี ปัญหาที่ตามมาแน่นอนคือระบบไฟ ระบบประปา ท่อ ปลวก และความชื้น ไม่ใช่เรื่องลี้ลับ
  • สภาพและร่องรอยการดูแล — ฝ้าที่มีคราบ ผนังที่ทาทับเฉพาะจุด ยาแนวที่ดำ กลิ่นอับที่ไม่หายแม้เปิดบ้านทิ้งไว้ ทั้งหมดนี้อ่านได้ด้วยตาในสิบนาที
  • เหตุผลที่ราคาถูกกว่าตลาด — ถามตรง ๆ ว่าทำไม คำตอบมักเป็นเรื่องธรรมดามาก เช่น เจ้าของย้ายงาน ต้องการเงินก้อน แบ่งมรดก หรือเป็นทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงินที่ต้องการปิดบัญชี

คำแนะนำที่ตรงที่สุดคือ แยกให้ออกระหว่างปัญหาสภาพบ้านกับความกังวลเชิงความเชื่อ ปัญหาสภาพบ้านตีเป็นตัวเลขค่าซ่อมได้และเอาไปต่อรองราคาได้ ส่วนความกังวลเชิงความเชื่อ ให้ถามตัวเองข้อเดียว — ถ้ารู้แล้วคุณจะยังนอนหลับสบายในบ้านหลังนี้ไหม ถ้าคำตอบคือไม่ ก็ไม่ต้องหาเหตุผลอื่นมาประกอบ ความรู้สึกไม่สบายใจทุกคืนเป็นต้นทุนที่แพงกว่าส่วนลดที่ได้มา

ในทางปฏิบัติ ไม่มีทะเบียนกลางที่เปิดให้ประชาชนค้นได้ว่าบ้านหลังไหนเคยมีใครเสียชีวิต วิธีที่ได้ผลจริงคือถามเพื่อนบ้าน ถามนิติบุคคลหมู่บ้านหรือคอนโด และถามผู้ขายตรง ๆ แล้วให้ระบุคำตอบไว้ในสัญญา

ซื้อบ้านมือสองต้องดูอะไร

บ้านมือสอง บ้านใหม่ และบ้านที่ยังไม่สร้าง ดูได้ไม่เท่ากัน


ยิ่งดูเร็วเท่าไหร่ คุณยิ่งเปลี่ยนได้มากขึ้นด้วยเงินน้อยลง — และนี่ไม่ใช่คำโฆษณา แต่เป็นเลขคณิตล้วน ๆ

สิ่งที่ประเมินได้ในแต่ละจังหวะของการซื้อบ้าน
จังหวะ ประเมินได้แน่นอน ยังเปลี่ยนได้ ข้อควรระวัง
บ้านที่ยังไม่สร้าง
(มีแต่แบบแปลน)
ทิศทางที่ตัวบ้านจะหัน ตำแหน่งประตู บันได ห้องน้ำ ครัว ห้องนอน สัดส่วนผัง และจุดกึ่งกลางบ้าน เกือบทุกอย่าง — ย้ายผนังเบา สลับตำแหน่งห้อง ย้ายบันได ปรับทิศเปิดประตู ล้วนทำได้บนกระดาษ ประเมินชัยภูมิรอบแปลงจริงไม่ได้ถ้ายังไม่ได้ไปยืนที่หน้างาน
บ้านใหม่ในโครงการ
(สร้างเสร็จหรือใกล้เสร็จ)
ทุกอย่างในตัวบ้าน ทั้งผัง ทิศ องศา ชัยภูมิรอบบ้าน แสงและลมจริง งานตกแต่ง งานฝ้า ประตู ฉากกั้น สี แสง และการจัดวางทั้งหมด เพื่อนบ้านและอาคารรอบข้างอาจยังสร้างไม่ครบ ภาพวันนี้ยังไม่ใช่ภาพสุดท้าย
บ้านมือสอง ทุกอย่าง รวมถึงสิ่งที่บ้านใหม่ยังไม่มีให้ดู — เพื่อนบ้านจริง ต้นไม้โต ทางน้ำจริง จุดที่เคยรั่ว และร่องรอยการต่อเติม งานตกแต่งและงานระบบทั้งหมด ถ้ามีงบรีโนเวทอยู่แล้ว การต่อเติมของเจ้าของเดิมมักเป็นตัวสร้างปัญหา เช่น ครัวที่ต่อออกไปชนห้องน้ำ หรือห้องที่กั้นเพิ่มจนไม่มีหน้าต่าง

จังหวะที่ถูกที่สุดคือตอนที่ยังเป็นกระดาษ

การย้ายตำแหน่งห้องน้ำบนแบบแปลนใช้เวลาสถาปนิกครึ่งชั่วโมง การย้ายห้องน้ำในบ้านที่สร้างเสร็จแล้วคืองานรื้อพื้น เดินท่อใหม่ ทำระบบกันซึมใหม่ และปิดบ้านไปหลายสัปดาห์ ห้องเดียวกัน คนละราคากันคนละโลก

เพราะแบบนี้ บริการที่คนกำลังจะซื้อบ้านใช้บ่อยที่สุดจึงเป็น การอ่านผังแปลนบ้านออนไลน์ — ส่งผังมา ได้คำตอบว่าผังนี้มีจุดไหนที่ต้องคิดก่อนเซ็น และจุดไหนที่แก้ทีหลังได้สบาย เหมาะกับคนที่กำลังเทียบสองสามหลังอยู่ เพราะเทียบด้วยเกณฑ์เดียวกันทั้งหมด

ถ้าตัดสินใจแล้วและกำลังจะโอน

เมื่อเลือกได้แล้ว งานถัดไปคนละแบบกัน — คราวนี้ไม่ใช่การตัดสินว่าซื้อหรือไม่ซื้อ แต่คือการวางแผนว่าเข้าไปแล้วจะจัดยังไง ห้องไหนให้ใคร หัวเตียงหันทางไหน โต๊ะทำงานตั้งตรงไหน ซึ่งควรทำก่อนขนของเข้า เพราะย้ายของตอนยังไม่มีของง่ายที่สุด

งานตรงนี้คือ จัดฮวงจุ้ยบ้าน สำหรับบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม หรือ จัดฮวงจุ้ยคอนโดและห้องเช่า สำหรับห้องชุด ทั้งสองแบบทำงานบนแนวทางไม่ทุบ ไม่รื้อ ปรับตามธรรมชาติของสถานที่ที่มีอยู่แล้ว

หมายเหตุเรื่องฤกษ์เข้าอยู่ (ข้อมูลปี 2569) — ตำราฮวงจุ้ยประจำปี 2569 ระบุว่าทิศเหนือเป็นทิศซุ่ยพัว ซึ่งเลี่ยงการก่อสร้างและต่อเติมใหญ่ในทิศนั้น ข้อมูลชุดนี้เปลี่ยนทุกลี่ชุน (ราว 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี) จึงต้องเช็คใหม่ตามปีที่คุณจะโอนจริง และขอบอกตรง ๆ ว่าซินแสแบงค์ไม่ได้ให้บริการดูฤกษ์ ข้อนี้ใส่ไว้เพื่อให้คุณรู้ว่ามีตัวแปรนี้อยู่เท่านั้น

ข้อจำกัดที่ต้องพูดให้ครบ

สิ่งที่รูปประกาศขายและการไปดูหนึ่งรอบบอกคุณไม่ได้


เช็คลิสต์ข้างบนพาคุณไปได้ไกลกว่าคนส่วนใหญ่มาก แต่ซินแสแบงค์จะไม่บอกว่ามันแทนการดูจริงได้ทั้งหมด ต่อไปนี้คือสิ่งที่มันบอกไม่ได้ และคุณควรรู้ไว้ก่อน

  • องศาที่บ้านหันจริง ๆ — เข็มทิศฮวงจุ้ยแบ่งวงกลมเป็น 24 ภูเขา ทิศละ 15 องศา แปลว่าวัดพลาดเกินราว 8 องศาเมื่อไหร่ ก็ข้ามไปอยู่อีกภูเขาหนึ่ง และผังดาวทั้งชุดเปลี่ยนตาม แอปเข็มทิศในมือถืออ่านเพี้ยนได้ง่ายมากจากเหล็กเสริมในผนัง กันสาดโลหะ ประตูเหล็ก รถที่จอดอยู่ และตู้ไฟ มืออาชีพจึงวัดหลายจุดแล้วเทียบค่ากัน
  • ระดับสายตาจริงรอบตัวบ้าน — รูปประกาศขายเลือกมุมมาแล้วเสมอ มุมตึกที่พุ่งชน เสาไฟ และทางเดินของน้ำ มักไม่อยู่ในเฟรม
  • กลิ่น ความอับชื้น และเสียง — ไม่มีทางประเมินจากภาพถ่าย และถ้าไปดูแค่รอบเดียวตอนสิบโมงเช้าวันธรรมดา คุณก็จะไม่รู้ว่าตอนหกโมงเย็นวันศุกร์เป็นยังไง
  • สำนักที่ต่างกันวัดหน้าบ้านคนละจุด — บางสำนักถือประตูหน้าบ้าน บางสำนักถือด้านที่โล่งที่สุดหรือรับพลังหยางมากที่สุด บางสำนักถือด้านที่หันเข้าถนน บ้านหลังเดียวกันจึงได้ผังคนละชุดได้จริง นี่คือเหตุผลใหญ่ที่สุดที่ซินแสสองคนพูดไม่ตรงกัน และเป็นสิ่งที่คุณควรถามซินแสทุกคนก่อนจ้าง

ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คนคิด — ถ้าใครฟันธงเรื่ององศาบ้านคุณจากรูปถ่ายอย่างเดียว โดยไม่ถามว่าวัดมายังไงและวัดจากจุดไหน ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน

มือถือเข็มทิศฮวงจุ้ยหลอโป๊ยขณะวัดองศาหน้าบ้านก่อนตัดสินใจซื้อ
24 ภูเขา ทิศละ 15 องศา — พลาดเกิน 8 องศา ผังก็เปลี่ยนทั้งชุด
ทางเดินส่วนกลางของคอนโดที่มีประตูห้องชุดเรียงกัน จุดที่ต้องดูก่อนเลือกซื้อคอนโดตามฮวงจุ้ย
เลือกคอนโดฮวงจุ้ย

ห้องชุดใช้เกณฑ์ต่างจากบ้าน — และมีข้อที่ตำราเองยังเถียงกัน


คอนโดแก้โครงสร้างไม่ได้เลย เพราะผนังหลายส่วนเป็นทรัพย์ส่วนกลาง การเลือกให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงสำคัญกว่าบ้านเสียอีก จุดที่ต้องดูก่อนวางเงินจอง:

  • ห้องปลายสุดของทางเดิน — พลังงานวิ่งตรงเข้าประตูเหมือนทางสามแพร่งในร่ม เป็นข้อที่หลายสำนักเห็นตรงกันว่าควรเลี่ยง
  • ประตูห้องตรงกับลิฟต์ ช่องบันไดหนีไฟ หรือห้องขยะ — ทั้งเรื่องพลังงานและเรื่องเสียง กลิ่น คนเดินผ่าน
  • ผังห้องเว้าแหว่งหรือเป็นมุมแปลก — ห้องทรงสี่เหลี่ยมเรียบ ๆ จัดง่ายกว่ามาก และประหยัดค่าบิลด์อินกว่าด้วย
  • ระเบียงกับทิศแดดบ่าย — ห้องที่รับแดดบ่ายเต็ม ๆ ร้อนจริงและค่าไฟสูงจริง ไม่ต้องรอให้ตำราบอก
  • เลขชั้นและเลขห้อง — ผูกกับธาตุตามระบบเลข ใช้เป็นตัวช่วยตัดสินใจตอนเลือกระหว่างสองห้องที่พอ ๆ กันได้

ข้อที่ต้องพูดตรง ๆ ว่าตำราไม่ตรงกัน — "หน้าห้อง" ของคอนโดวัดจากไหน บางแหล่งถือระเบียงว่าเป็นปากทางรับทรัพย์ บางแหล่งถือด้านที่รับอากาศเข้ามากที่สุด และบางแหล่งถือประตูที่เปิดออกทางเดินส่วนกลาง ห้องเดียวกันจึงได้คำตอบต่างกันตามสำนัก รวมถึงความเชื่อที่ว่า "ยิ่งชั้นสูงยิ่งดี" ก็มีผู้เขียนไทยที่แย้งไว้เช่นกัน ใครฟันธงข้อนี้แบบไม่มีเงื่อนไข แปลว่าเขาไม่ได้บอกคุณทั้งหมด

พูดเรื่องเงินให้จบ

ค่าเช็คก่อนซื้อ เทียบกับสิ่งที่คุณกำลังจะจ่ายอยู่แล้ว


ไม่ต้องเชื่อ ให้เอาตัวเลขมาวางเทียบกันตรง ๆ

2,999

บาท อ่านผังแปลนก่อนตัดสินใจ

2%

อัตราค่าธรรมเนียมโอนตามปกติ ของราคาประเมิน

1

ครั้งที่คุณเปลี่ยนใจได้ คือก่อนเซ็น

0

กำแพงที่ต้องทุบ ในแนวทางของซินแสแบงค์

ลองคิดกับบ้านราคา 3 ล้านบาทหนึ่งหลัง ค่าธรรมเนียมการโอนที่อัตราปกติ 2% ของราคาประเมิน ตกราวหกหมื่นบาท ยังไม่รวมค่าจดจำนอง ค่าอากร ค่าประเมิน ค่าประกัน และค่าขนย้าย (รัฐมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมเป็นช่วง ๆ ให้เช็คอัตราของปีที่คุณโอนจริงอีกครั้ง) ส่วนงบรีโนเวทครัวหนึ่งห้องในบ้านมือสอง ตลาดทั่วไปอยู่หลักแสน

การให้คนอ่านผังให้ก่อนที่คุณจะเซ็น มีต้นทุนเป็นเศษเสี้ยวของตัวเลขพวกนั้น และมันไม่ได้มีหน้าที่บอกว่าบ้านหลังนี้จะทำให้คุณรวยหรือจน — ไม่มีใครบอกได้ หน้าที่ของมันคือบอกว่าผังนี้มีอะไรที่คุณจะแก้ไม่ได้ในสิบปีข้างหน้า เพื่อให้คุณเลือกด้วยตาที่เปิด แทนที่จะเลือกด้วยความรู้สึกวันนั้น

และถ้าอ่านแล้วคำตอบคือ "หลังนี้ไม่มีอะไรน่าห่วง" ซินแสแบงค์ก็จะบอกแบบนั้นตรง ๆ ไม่มีการหาเรื่องเพิ่มเพื่อขายบริการต่อ ไม่มีการขายวัตถุมงคลพ่วง และไม่มีการบอกให้ทุบอะไรทั้งนั้น

"การทำมาหากินด้วยความสุจริตคือโชคลาภที่ยั่งยืนที่สุด"
บทความฮวงจุ้ยไทยที่พูดถึงเรื่องเลขที่บ้านปิดท้ายไว้แบบนี้ — และซินแสแบงค์เห็นด้วยทั้งประโยค
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่คนกำลังจะซื้อบ้านถามซินแสแบงค์บ่อยที่สุด


ทำไมก่อนซื้อบ้านต้องเช็คฮวงจุ้ย ดูหลังโอนไม่ได้เหรอ

ดูหลังโอนได้ และคนส่วนใหญ่ก็ทำแบบนั้น แต่คุณจะเหลือทางเลือกน้อยลงมาก เพราะสิ่งที่ตัดสินตอนเซ็นสัญญาคือกลุ่มที่แก้ยากที่สุด — องศาที่บ้านหัน ระดับที่ดินเทียบถนน ถนนหน้าบ้าน ตำแหน่งบันได และตำแหน่งห้องน้ำในผัง ก่อนเซ็นคุณยังเดินออกได้ ยังต่อราคาได้ ยังเลือกหลังอื่นได้ หลังโอนแล้วเหลือทางเดียวคือแก้จากของที่มี

ไปดูบ้านหนึ่งรอบ ควรเช็คอะไรบ้างตามลำดับ

เริ่มจากนอกรั้วก่อนเสมอ — ถนนหน้าบ้านและทางแยก ระดับที่ดินเทียบถนน สิ่งที่ปักอยู่ตรงหน้าประตู อาคารข้างเคียง และรั้วกับสภาพรอบข้าง จากนั้นค่อยเข้าไปข้างใน แล้วไล่ตามลำดับ ประตูรั้วกับประตูบ้าน บานประตูหน้า แนวทะลุจากประตูหน้าไปประตูหลัง โถงทางเข้า บันได จุดกึ่งกลางบ้าน ห้องน้ำทุกห้อง ครัว ห้องนอน หน้าต่างและทางลม ปิดท้ายด้วยความชื้นและกลิ่น เหตุผลที่เรียงแบบนี้คือของนอกรั้วแก้ยากที่สุด ถ้าไม่ผ่านก็ไม่ต้องเสียเวลาดูต่อ

เจอข้อห้ามฮวงจุ้ยในบ้านที่ชอบ ควรเดินออกมาเลยไหม

ไม่ใช่ทุกข้อ ให้แยกเป็นสามระดับ ระดับ 1 แก้ได้ด้วยการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ฉากกั้น ม่าน สี และแสง ต้นทุนตั้งแต่ศูนย์ถึงหลักพัน ระดับ 2 แก้ได้แต่ต้องใช้ช่างและงบ เช่น ทำฝ้าปิดคาน ทำระบบดูดอากาศให้ห้องน้ำ หรือเพิ่มช่องแสง ระดับ 3 คือโครงสร้างและสิ่งนอกรั้วที่แก้ไม่ได้จริง เช่น ห้องน้ำอยู่ตรงจุดศูนย์กลางบ้านพอดี บันไดวนกลางบ้าน ผังเว้าแหว่งจนขาดทิศ หรือตึกสูงที่ขนาบอยู่ มีเฉพาะระดับ 3 เท่านั้นที่เป็นเหตุผลสมควรให้เดินออกมา

บ้านมีประวัติ เคยมีคนเสียชีวิต ควรซื้อไหม

ให้แยกเป็นสองเรื่อง เรื่องแรกคือสภาพบ้านจริง ซึ่งตรวจสอบได้และตีเป็นค่าซ่อมได้ — ขอดูสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดที่สำนักงานที่ดินว่าเปลี่ยนมือกี่ครั้งและมีภาระผูกพันอะไร ดูว่าบ้านถูกปิดไว้นานแค่ไหน แล้วตรวจระบบไฟ ประปา ท่อ ปลวก และความชื้นให้ครบ เรื่องที่สองคือความสบายใจของคุณเอง ซึ่งไม่มีใครตอบแทนได้ ถามตัวเองตรง ๆ ว่ารู้แล้วจะยังนอนหลับสบายในบ้านหลังนี้ไหม ถ้าคำตอบคือไม่ ก็ไม่ต้องหาเหตุผลอื่นมาประกอบ ในทางปฏิบัติไม่มีทะเบียนกลางให้ค้นเรื่องนี้ วิธีที่ได้ผลคือถามเพื่อนบ้าน ถามนิติบุคคล และถามผู้ขายตรง ๆ แล้วให้ระบุคำตอบไว้ในสัญญา

ซื้อบ้านมือสองต้องดูอะไรเป็นพิเศษ

สามเรื่องที่บ้านใหม่ไม่มี หนึ่ง การต่อเติมของเจ้าของเดิม ซึ่งมักเป็นตัวสร้างปัญหา เช่น ครัวที่ต่อออกไปจนชนห้องน้ำ หรือห้องที่กั้นเพิ่มจนไม่มีหน้าต่าง สอง ร่องรอยการรั่วซึมและการซ่อมทับ ให้มองหาคราบที่ฝ้า สีที่ทาทับเฉพาะจุด ยาแนวที่ดำ และพื้นไม้ที่บวม สาม ของดีที่บ้านใหม่ยังไม่มีให้ดู — เพื่อนบ้านจริง ต้นไม้ที่โตแล้ว ทางน้ำจริงเวลาฝนตก และสภาพชุมชนที่นิ่งแล้ว ข้อสามนี้เป็นข้อได้เปรียบของบ้านมือสองที่คนมักมองข้าม

ห้องน้ำอยู่กลางบ้าน ต้องตัดทิ้งจากตัวเลือกเลยไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ให้ดูว่าอยู่ "ใกล้" กลางบ้านหรือ "ตรงจุดศูนย์กลางพอดี" เหตุผลทางกายภาพของข้อห้ามนี้คือใจกลางบ้านระบายอากาศได้ยากที่สุด ถ้าห้องน้ำนั้นมีพัดลมดูดอากาศที่ต่อท่อออกนอกตัวบ้านจริง ปิดประตูและปิดฝาชักโครกเป็นนิสัย เพิ่มแสงสว่าง ใช้โทนสีดิน และดูแลความสะอาดสม่ำเสมอ แหล่งข้อมูลไทยเองก็ระบุว่าจัดการได้ แต่ถ้ามันตกลงตรงจุดศูนย์กลางพอดีเป๊ะ และระบายอากาศออกนอกบ้านไม่ได้จริง ๆ นั่นคือเคสที่เข้าข่ายระดับ 3 ตามกรอบข้างบน อ่านต่อได้ที่หน้า ฮวงจุ้ยห้องน้ำ

ดูฮวงจุ้ยก่อนโอนทันไหม ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ทัน และเป็นจังหวะที่ดีที่สุดจังหวะหนึ่ง สิ่งที่ต้องเตรียมคือ ผังแปลนบ้านหรือผังห้อง ภาพถ่ายรอบตัวอาคารทั้งสี่ด้านรวมถนนและอาคารข้างเคียง วิดีโอเดินภายในให้ครบทุกห้อง องศาหน้าบ้านที่วัดมาหลายจุด ปีที่สร้างและปีที่จะเข้าอยู่ และวันเดือนปีเวลาเกิดของสมาชิกในบ้าน ยิ่งข้อมูลครบ คำตอบยิ่งเจาะจง ถ้ายังไม่มีผัง ขอจากฝ่ายขายหรือเจ้าของเดิมได้เกือบทุกกรณี

วัดองศาหน้าบ้านเองด้วยมือถือได้ไหม

ใช้ดูคร่าว ๆ ได้ แต่อย่าใช้ตัดสินใจ เพราะเข็มทิศฮวงจุ้ยแบ่งวงกลมเป็น 24 ภูเขา ทิศละ 15 องศา คลาดเคลื่อนเกินราว 8 องศาก็ข้ามไปอยู่อีกภูเขาหนึ่งและผังเปลี่ยนทั้งชุด มือถืออ่านเพี้ยนง่ายมากจากเหล็กเสริมในผนัง กันสาดโลหะ ประตูเหล็ก ตู้ไฟ และรถที่จอดใกล้ ๆ ถ้าจะวัดเอง ให้ยืนกลางประตูหันหน้าออก วัดหลายจุด ห่างจากโลหะ แล้วส่งค่าที่ได้ทั้งหมดมาให้ดู จะได้รู้ว่าค่ากระจายกันแค่ไหน

เลือกคอนโดตามฮวงจุ้ย ดูอะไรก่อน

เลี่ยงห้องปลายสุดของทางเดิน เลี่ยงประตูห้องที่ตรงกับลิฟต์ ช่องบันไดหนีไฟ หรือห้องขยะ เลือกผังห้องทรงเรียบมากกว่าห้องเว้าแหว่ง ดูทิศแดดบ่ายกับระเบียงให้ดีเพราะเป็นเรื่องค่าไฟจริง แล้วค่อยดูเลขชั้นและเลขห้องเป็นตัวช่วยตัดสินตอนเลือกระหว่างสองห้องที่พอ ๆ กัน มีข้อหนึ่งที่ต้องรู้ไว้ — ตำราไม่ตรงกันว่า "หน้าห้อง" ของคอนโดวัดจากระเบียง จากด้านที่รับอากาศมากที่สุด หรือจากประตูที่เปิดออกทางเดินส่วนกลาง ห้องเดียวกันจึงได้คำตอบต่างกันตามสำนัก

เทียบบ้านอยู่ 3 หลัง ให้ซินแสช่วยดูทีเดียวได้ไหม ราคาเท่าไหร่

ได้ และเป็นเคสที่คนใช้บริการ อ่านผังแปลนบ้านออนไลน์ มากที่สุด ราคา 2,999 บาทต่อหนึ่งผัง ส่งผังมาแล้วได้คำตอบว่าผังนี้มีจุดไหนที่ต้องคิดก่อนเซ็น และจุดไหนที่แก้ทีหลังได้สบาย ทำให้คุณเทียบหลายหลังด้วยเกณฑ์เดียวกันได้ ถ้าตัดสินใจแล้วและอยากให้ซินแสไปดูสถานที่จริงก่อนหรือหลังโอน ค่าบริการ จัดฮวงจุ้ยบ้าน อยู่ที่ 14,999 บาท และ จัดฮวงจุ้ยคอนโดและห้องเช่า 8,999 บาท งานต่างจังหวัดมีค่าเดินทางและที่พักตามจริง แจ้งเป็นตัวเลขก่อนตกลงเสมอ

ยังไม่ได้เซ็น ยังเปลี่ยนใจได้ — ส่งผังมาให้ดูก่อน

ทักไลน์มาบอกว่ากำลังดูบ้านหรือคอนโดหลังไหนอยู่ อยู่จังหวัดไหน และติดใจตรงจุดไหน ส่งผังแปลนกับรูปรอบบ้านมาได้เลย ซินแสแบงค์จะบอกตรง ๆ ว่าเคสของคุณควรใช้บริการไหน หรือไม่ต้องใช้อะไรเลยก็ได้ — ขั้นตอนนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบกลับเองโดยซินแสแบงค์ · ไม่มีการโทรตาม · ไม่มีการขายวัตถุมงคลพ่วง